เกินคำบรรยาย ในความรู้สึกมากค่ะ หากแม่ๆ สักคน เข้าใจคำว่าเฉียดตายของลูก ณ. วินาทีนั้น คุณจะทำอะไรถูกหรือเปล่า เป็นคำถามที่ต้องคิดน่ะค่ะ

ตอนค่ำ กำลังนั่งหน้าบ้านเพลินๆ พี่ดาวกับน้องรันวิ่งมา บอกว่า "แม่เอาดินน้ำมันออกจากจมูกน้องรันให้หน่อย"

น้องรันก็มีท่าทางเหมือนหายใจไม่สะดวก แต่ก็กลัวๆ ที่จะบอกเรา  "เอาใส่ไปเย่อะหรือเปล่า ไหนแม่ดูหน่อย" น้องรันก็พยายามเอานิ้วแหย่จมูกเพื่อดันของที่อยู่ในจมูกให้ลึกลงไปอีก หัวใจแม่จะวายค่ะ กลัวก็กลัว

แต่ก็พยายามคุยกับลูกขอดูจมูก เธอก็พยายามเอานิ้วดันจมูกอยู่นั้นแหล่ะ  เอาไฟฉายส่องดู เห็นในโพลงจมูกมีเศษดินน้ำมันอยู่นิดหน่อย ตอนแรกก็สบายใจคิดว่าไม่เป็นไรแล้ว  แต่อาการน้องรันไม่ดีขึ้นค่ะ เหมือนเธอรู้สึกไม่ดี แต่ไม่รู้จะพูดยังไง  นึกขึ้นมาได้ค่ะว่า เรามีน้ำเกลือเพื่อล้างจมูกลูกตอนที่ลูกเป็นหวัด เพื่อให้น้ำมูก หรือขี้มูกที่แข็งติดจมูกหลุดออกมา  ก็เอาสลิง มาใส่น้ำเกลือ อัดเข้าไปในจมูกลูก หลายๆ ครั้ง เท่านั้นแหล่ะค่ะ

น้องรันก็สำลักเอา ดินน้ำมัน ขนาดนิ้วก้อยของเราหลุดออกมา คุณแม่รู้สึกอย่างไรค่ะ กับภาพที่เห็นลูกสำลักออกมา

ทั้งโล่งอก และนึกว่าหากไม่ทันแล้วเอาไม่ออก ดินน้ำมันไปติดหลอดลมทำงัยค่ะ ไม่อยากคิดค่ะ

เอาออกเรียบร้อยแล้ว คุณนายสองคน พี่ดาวกะน้องรันยังนั่งหัวเราะกันอีกค่ะ ไม่ทราบว่าแม่ตัวเอง หัวใจเกือบขาดอยู่ตรงนั้น ลูกน่ะลูก 

แถมพี่ดาวยังบอกอีกว่า แม่ไม่เป็นไรหรอก ตอนเด็กๆ หนูยังเอา สีเทียนเข้าจมูก ยังไม่เป็นไรเลย อ้าว โธ่ลูกฉัน (แค่คิดในใจค่ะ) พยายามระงับความโกรธมากค่ะ ถามลูกไปว่าแล้วหนูทำออกยังไง เธอบอกว่าคุณครูพี่เลี้ยงที่โรงเรียนเอาออกให้  คุณแม่ๆ นึกออกหรือเปล่าค่ะว่า ถ้าคุณครูเอาออกไม่ทัน แล้วลูกเราจะเป็นอย่างไร อึ้งค่ะ ไม่รู้ว่าจะตีลูกหรือจะ ว่าลูกอย่างไร 

ตั้งสติได้สักครู่ แล้วเรียกลูกทั้งสองมาคุยค่ะ ว่าแม่เกือบเสียดวงใจของแม่ไปแล้ว หากลูกเป็นอะไรไป แล้วแม่จะอยู่อย่างไร สอนลูกให้รู้จักระวัง ให้รู้จักคิดก่อนเล่นอะไร หากแม่ช่วยไม่ทัน ลูกคงนอนอยู่โรงพยาบาลแล้ว

 อยากเตือนแม่ๆ หากเจอเหตุการณ์อย่างนี้ ตั้งสติดีที่สุดค่ะ คิดแผนเอาไว้ในใจเลย

1. แก้ไขสถานการณ์ล่วงหน้าก่อน

2. หากไม่สำเร็จ ต้องทำอย่างไร

3. โรงพยาบาลอยู่ใกล้ หรือไกลแค่ไหน

4. มีใครบ้างที่อยู่ในเหตุการณ์แล้ว ช่วยเราได้ดีที่สุด

แล้วที่สำคัญ สติ ค่ะ ช่วยเราได้มากที่สุด หากเราตกใจจนขาดสติ ทุกอย่างจะดูแย่ไปหมดค่ะ อยากให้เป็นอุทาหรณ์ สำหรับคุณแม่และคุณพ่อทุกคน ระมัดระวังในการเล่นของลูก ก่อนที่จะสายเกินไป

ลงรูปปลาของคุณสามีที่บ้าน ค่ะ

 

แล้วเจอกันใหม่ Entry หน้า แต่ไม่ขอเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างที่ผ่านมาก็แล้วกันค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

big smile open-mounthed smile cry tongue

#8 By ดเดเ (119.42.70.18) on 2009-06-14 12:14

โชคดีที่คุณแม่ยังมีสติช่วยน้องได้นะคะ
ไม่งั้นคงแย่
บังเอิญผ่านมาคะ อ่านไว้เป็นอุทาหรณ์ให้ตัวเองด้วย big smile

#7 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2008-12-17 16:20

รอบก่อนจะแวะมาบอก พอดี comment ไม่ได้ครับ

การเอา syringe ฉีดน้ำลงไป มีความเสี่ยงที่จะอัดเอาดินน้ำมันลงคอไปทำให้สำลักได้เหมือนกันนะครับ

ครั้งนี้โชคดีที่น้องจามและสำลักเอาดินน้ำมันออกมาได้

จมูกเรามีสองข้าง ถึงอุดตันไปข้างหนึ่งก็ยังหายใจได้ แม้จะอุดไปสองข้างก็ยังหายใจทางปากได้สำหรับเด็กในวัยของน้องดาวน้องรัน

กรณีนี้ดีที่สุดคือคุยกับเขาให้สงบลง พยายามไม่ดันมันเข้าไป แล้วพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านเพื่อให้คุณหมอคีบออกให้จะปลอดภับกว่านะครับ

big smile

#6 By แรงใจไฟฝัน on 2008-11-12 11:27

สวัสดีค่ะ

อ่านประสบการณ์ของน้องรันและคุณแม่แล้วพลอยแอบใจหายตาม ถ้าเป็นพลอยๆจะทำยังไงดีน้า เฮ้อ..ชมเชยคุณแม่ค่ะวินาทีนั้นสติสำคัญมากจริงๆ ช้านิด ลังเลหน่อย หากเกิดอะไรขึ้นเราคงเสียใจไปทั้งชีวิตจริงๆนะคะ

พลอยกำลังลุ้นว่าจะท้องไม่ท้อง ตอนนี้สบายๆค่ะ แต่คุณสามีดูจะเห่อผิดปกติ เสร็จราชการจะกลับกรุงเทพฯตรวจอย่างละเอียดและจะมาแจ้งข่าวนะคะ ถ้ามีน้องคงต้องมาสมัครเข้าชมรมคุณแม่ยังสาว้วยอีกคนนะคะ

#5 By พี่พลอยจ๋า on 2008-11-09 18:20

ของรอบตัวเป็นอันตรายได้ทั้งนั้น....
sad smile
คุณชายคลองค่ะ เขียนได้น่าติดตามมากค่ะ
น่าจะไปเขียนนิยายน่ะค่ะ

ขอบคุณประสบการณ์ที่เล่าให้ฟังจะได้นำไปสอนลูก
ว่าทานอะไรให้ระวัง ไม่งั้นจะเป็นเหมือนคุณลุงชายคลอง
5555555555 เรียกเสียแก่เลย
และขอบคุณสำหรับคำชมค่ะconfused smile

#3 By dowrun happy on 2008-11-07 09:19

ตอนเป็นเด็กตัวยังเล็กอยู่ เด็กชายชายคลองนั่งกินเป็ดพะโล้อย่างเอร็ดอร่อย โดยหารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เด็กชายชายคลองจะพบเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเฉียดตาย และต้องจดจำไปตลอดชีวิต

เป็ดชิ้นนั้นชิ้นใหญ่มาก เด็กชายชายคลองใส่เข้าปากเคี้ยวอย่างอร่อยโดยไม่รอช้า เคี้ยวไปได้สักพักก็กลืน เนื้อเป็ดผ่านคอลงไปหมดแล้ว แต่ทว่าหนังเป็ดที่เหนียวหนืดยังคงติดอยู่ที่คอ

เด็กชายชายคลองเริ่มสำลัก แค่ก...แค่ก...เด็กชายอยากจะพูด จะร้องเรียก แต่ก็ทำไม่ได้ หนังเป็ดยังคงติดอยู่ที่คอ เด็กชายเริ่มหน้าแดง ความทรมานเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คุณพ่อ คุณแม่ ก็ยังไม่รู้ว่าเด็กชายชายคลองกินเป็ดติดคอ โอก...โอก...แคก เดชะบุญหนังเป็ดหลุดจากคอของเด็กชายไปได้

พ่อเข้ามาเจอเด็กชายชายคลองพอดี เห็นสภาพลูกชาย ก็งงว่าเป็นอะไร หู ตา แดง น้ำลายน้ำตาไหล พ่อเห็นจานเป็ดอยู่ใกล้ๆก็เลยไม่ต้องถามสาเหตุ

พ่อไม่ได้ตีผมเพราะผมกินเป็ดมูมมามจนติดคอ แต่ให้จำเอาไว้ให้ดีคราวหลังกินเป็ดให้ระวัง sad smile

ทุกวันนี้เวลาผมกินเป็ดให้พ่อ แม่ หรือ น้องสาวเห็น ผมจะถูกแซวถึงเหตุการณ์ในวันนั้นตลอด วันที่ผมเกือบตายเพราะเป็ด open-mounthed smile

ถ้าตอนนั้นผมมีสติสักหน่อย ไม่กินมูมมาม เอาหนังเป็ดออกมาก่อนกิน ก็คงไม่ต้องพบความทรมานที่แสนจะน่าขายหน้าแบบนั้นครับ ทุกวันนี้ถ้าทานเป็ดจะระมัดระวังเป็นพิเศษครับ


ดีใจด้วยครับที่น้องรันปลอดภัย ไม่เป็นอะไรมากนะครับ คุณแม่เองก็เก่งแก้ไขสถานการณ์ได้ถูกทางครับ big smile

#2 By ชายคลอง on 2008-11-06 15:03

ขอชมว่าคุณแม่สติดีมากค่ะ...

ตอนอ่านไปเรื่อยๆ คิดอย่างเดียวว่า ต้องรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด..

ปลาสีสวยมากเลยค่ะ..Hot!