ห่างหายไปนานกับบ้านดาวรัน เนื่องด้วยภาระกิจรัดตัวมากมาย กับสองสาวที่ใกล้สอบ และแม่กับพ่อที่ปั่นเงินเพื่อลูก

 

วันนี้มีเรื่องหนึ่งอยากเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง เป็นความรู้สึกที่อิ่มเอมในใจและเพื่อนที่ฟังอาจรู้สึกว่ามันเสี่ยงเกินไปที่จะทำอาจไม่โชคดีอย่างวันนี้ 5555 โดนว่ามาเหมือนกัน แต่คิดในใจว่าหากเรามีจิตที่ดีเป็นที่ตั้งโลกคงไม่โหดร้ายกับเราจนเกินไป และคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้กับลูกเราในภายหน้า ขอให้เจอคนอย่างแม่ดาวรันด้วยเช่นกัน

13 กย.2554  18.50 น.  กำลังจะจอดรถที่ตลาดหมอสาโรจน์ เจอผู้ชายคนหนึ่งคิดว่าอายุคงไม่เกิน 18 ปี นั่งแบบเหมอลอยไร้ความหวังมาก มันเป็นอะไรที่สะกิดใจทำให้ไม่สามารถเบือนหน้าออกจากภาพนั้นได้ คิดในใจว่า เดี๋ยวตอนเดินกลับมาจะซื้อข้าวมาฝากน้องเค้า เพราะสังเกตุว่าน้องเค้าไม่ใส่รองเท้า คงเหมือนใครอีกหลายๆ คนที่มาขุดทองที่ระยอง แล้ว คิดว่าคงจะโชคดีมีงานทำและมีเงินส่งกลับไปให้พ่อแม่ที่ต่างจังหวัด

ซื้อข้าว+น้ำ แล้วเดินกลับไปให้น้องเค้า วันนี้มากับน้องรัน พี่ดาวไม่ได้มาก็ให้น้องรันขึ้นไปนั่งบนรถและล๊อครถเรียบร้อย (แห่ะๆๆ ก็กลัวๆ เหมือนกันนิ) น้องเค้าก็มองงงๆ ประมาณมายื่นข้าวให้ตูทำไม แต่เค้าก็รับและยกมือไหว้น่ะ  จะเดินกลับมามันก็สะกิดใจหันกลับไปคุยกับน้องเค้า

แม่ดาวรัน "ทำไมไม่กลับบ้านมานั่งอยู่ทำไม กลับบ้านเถ่อะ บ้านเราดีกว่าน่ะ" (สู่รู้อีกแน่ะ 555)

น้องผู้ชาย "ผมกลับไม่ได้ครับ ผมไม่มีเงินโดนเพื่อนหลอกมา ไปหาตำรวจเค้าก็ไม่รับเรื่อง ผมไม่รู้จะทำยังไง"

แม่ดาวรันก็ได้แต่คิดในใจว่า ตำรวจก็คงมีหลายคดีที่ต้องทำเพราะระยองเป็นเมืองที่มีคนร้อยพ่อพันแม่มารวมอยู่ด้วยกัน ทั้งดี เลวปะปน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้คงให้รอไปก่อน เฮ้ออออออ

คุยกับน้องเค้าว่า เราเห็นมาเย่อะแล้วคนที่เข้ามาหางานทำแล้วไม่มีญาติพี่น้อง สุดท้ายก็นั่งขอทานและป่วยอยู่ข้างถนน อยากให้เค้ากลับบ้าน เค้าบอกว่าเค้าก็อยากกลับแต่กระเป๋าก็หาย เงินก็ไม่มี บัตรประชาชนก็ไปทั้งกระเป๋าไม่รู้จะทำยังไง  น้องเค้าบอกว่าบ้านอยู่หนองคาย แม่ดาวรันก็ยื่นเงินให้ไปซื้อตั๋วกลับบ้านบอกทางน้องเค้าเรียบร้อยแล้วเดินกลับมาที่รถเพื่อกลับบ้าน ระหว่างทางกลับบ้านต้องเจอทัวร์ที่น้องเค้าต้องเดินไป ไม่อยากเชื่อว่าน้องเค้าเดินเร็วมากเพื่อไปที่ทัวร์ดังกล่าว

 

จอดรถเรียกน้องเค้าขึ้นรถหน้าตาเฉย ใจลึกๆ ก็กลัวน่ะ แต่ด้วยความสงสารและกลัวว่าเงินที่ให้ไปจะไม่พอน้องเค้ากลับบ้าน เลยให้เค้าขึ้นรถมา เพื่อนๆ ค่ะ น้องเค้าขึ้นรถนั่งเรียบร้อยมากประมาณว่ากลัวรถเราเล่อะ แต่พอถึงรถทัวร์ก็ผิดอีกต้องไปอีกทัวร์หนึ่ง สาย 407 (คิดในใจเอาว่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว หากเค้าจะทำอะไรคงทำไปแล้ว) ก็ให้น้องนั่งและไปส่งคิดว่าวันนี้ทำดีสักวัน

ตอนนั่งรถก็ชวนน้องเค้าคุย (แต่ในใจเต้นแรงมาก) รู้หรือเปล่าว่าหากแฟนพี่หรือใครที่รู้จักพี่ รู้ว่าเอาน้องขึ้นรถพี่คงต้องโดนบ่นเพราะ เค้าชอบว่าพี่เชื่อคนง่าย  น้องเค้าก็ตอบกลับมาว่า พี่ไม่ต้องกลัวผมหรอก ถ้าผมจะเป็นขโมยผมคงไม่อดข้าวมาหลายวันได้แต่กินน้ำก๊อกข้างถนน ป่านนี้คงมีเงินกลับบ้านไปแล้ว และผมก็ไม่กล้าขอใครไม่รู้จะพูดยังไง  เค้าบอกว่าเป็นทหารเกณฑ์ เพื่อนชวนมาดูงานที่ระยองเผื่อไว้ แต่โดนเพื่อนทิ้ง จะกลับก็กลัวเค้าซ้อมเอา อยากกลับบ้านที่หนองคาย ไปหาพ่อกับแม่และหลวงตาก่อน แบบว่าน้องเค้าอยู่กับหลวงตาที่วัดน่ะค่ะ ถามว่าไม่ทราบเบอร์มือถือของพ่อกับแม่เหรอ เค้าบอกว่าไม่มีหรอกครับ

พอถึงทัวร์ 407 เค้าก็กลัวไม่ได้กลับบ้านเพราะไม่มีรองเท้า เราก็บอกว่าไม่เป็นไรหากวันนี้ไม่ได้ขึ้นรถนอนที่รถทัวร์ได้หรือเปล่า เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะเอารองเท้าแฟนพี่มาให้น้องเค้าก็บอกได้ครับ (เอ้อ พูดจาสุภาพทุกครั้ง) พอทัวร์เค้าถามชื่อสกุลน้องเค้าก็บอกได้ถูกต้อง รถออก 20.30 น. ทำไงดีกลับไปเอารองเท้าไม่ทันก็ถามคนขายตั๋วว่ามีรองเท้าเก่าๆ ขายหรือเปล่าที่น้องเค้าใส่ได้ โชคดีมียายบริจาคให้ 1 คู่ น้องเค้ามีท่าทางดีใจมาก กลับไปนั่งทานข้าวอย่างมีความสุข "พี่ครับผมจะไม่ลืมบุญคุณพี่เลยในชาตินี้ ผมขอเบอร์โทรพี่ได้หรือเปล่าครับ"  (เอาล่ะสิตูจะให้ดีหรือเปล่า กลัวเหมือนกันเจ้าค่ะ แต่เห็นหน้าตาน้องเค้าดูเหมือนจะผิดหวังมากหากเราไม่ให้เอาว่ะถ้าทำดีมาขนาดนี้มันจะโดนอะไรก็ลองดู) เขียนชื่อเล่น กับเบอร์โทรให้ไป น้องยกมือไหว้และรับเบอร์โทรรีบใส่กระเป๋าแบบกลัวหายและนั่งอย่างมีความสุขมาก ฝากน้องเค้ากับทั